อาหารบำรุงครรภ์



อาหารบำรุงครรภ์

หลังจากที่แต่งงานแล้วผู้หญิงหลายคนที่พร้อมจะมีครอบครัวก็ฝันอยากมีบุตร ในช่วงการตั้งครรภ์บุตรนั้นถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญอีกช่วงหนึ่ง เนื่องจากผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านฮอร์โมนของร่างกายและอารมณ์ จำเป็นจะต้องดูแลเรื่องอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย และดูแลสุขภาพด้านจิตใจควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเจริญเติบโตของลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ เพราะอาหารไม่เพียงมีผลต่อแม่แล้วก็ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังลูกด้วยเช่นกัน ถ้าได้รับอาหารที่ไม่เพียงพอ ไม่มีคุณค่า ขาดสารอาหาร ก็จะทำให้ลูกน้อยออกมาไม่สมบูรณ์ได้ เสี่ยงต่อการพิการด้านสมองและร่างกาย

โภชนาการและการบำบัดแบบธรรมชาติ

  • กินอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย โดยเฉาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกที่มีใยอาหารสูง ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ ธัญพืช เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุต่างๆหลายชนิด
  • เลือกกินข้าวที่ไม่ขัดสี มะเขือเทศ หัวหอม เครื่องในสัตว์ ไก่ ไข่ อาหารทะเล เพื่อช่วยป้องกันโรคปัญญาอ่อนของเด็กในครรภ์
  • กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาซาร์ดีน ถั่ว งา ผักใบเขียว
  • กินอาหารที่ปลอดสารพิษ ปลอดจากยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี
  • ป้องกันการเกิดอาหารแพ้ท้อง ควรกินแตงกวา น้ำมะนาว น้ำส้มคั้นสด หรือกินอาหารที่มีวิตามินเค เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บร็อกโคลี สามารถลดอาการวิงเวียนศีรษะ และอาเจียนได้
  • เพิ่มการดื่มน้ำผลไม้แทนการดื่มน้ำชา ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในระหว่างการตั้งครรภ์
  • กินกรดไขมันโอเมก้า -3 ซึ่งนักวิจัยระบุว่า กรดไขมันโอเมก้า -3 มีความจำเป้นต่อการพัฒนาของสมองและตาของทารก พบได้มากในปลาซาร์ดีน ปลาแมคคาเรล ปลาแซลมอน และปลาทู
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้คุณแม่และทารกมีร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ดี และช่วยให้คลอดง่าย

วิตามินเสริม

  • แคลเซียม ควรกิน 400-500 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะเป็นร่าตุที่มีความจำเป็นต่อผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้กับทารก
  • วิตามินดี ควรกิน 10 ไมโครกรัมต่อวัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี
  • กรดโฟลิก ควรกิน 4-5 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้แม่และทารกแข็งแรง ป้องกันการพิการของทารก เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญที่แม่จะขาดไม่ได้
  • วิตามินบี 6 ควรกินวันละ 2 มิลลิกรัมต่อวัน ป้องกันอาการแพ้ท้องและการแท้งของเด็กในครรภ์

*หมายเหตุ* การกินวิตามินควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมีผลข้างเคียง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ห้ามกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เนื้อสด ไข่ลวก เนยเหลว เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • หากต้องการกินไข่ ให้กินทั้งไข่ขาวและไข่แดง
  • ลดการดื่มชา กาแฟ ซึ่งมีส่วนผสมของกาเฟอีนและสารแทนนิน ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง และทำให้เกิดผลเสียต่อเด็กในครรภ์
  • จำกัดปริมาณการกินเกลือ อาหารเค็ม เพื่อป้องกันการเกิดโรคความดันดลหิตสูงในระหว่างตั้งครรภ์
  • ลดการกินน้ำตาล เนื่องจากจะเพิ่มน้ำตาลในร่างกาย จะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล ก่อให้เกิดโรคเบาหวานซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์
  • ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม เพราะเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์
  • งดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันสูงจากสัตว์

ข้อแนะนำ

  • หากเกิดอาหารแพ้ท้อง อาจจะดื่มน้ำขิงเพื่อลดอาการ
  • ควรแบ่งอาหารออกเป็นหลายๆมื้อ แต่ครั้งละน้อยๆ และกินเมื่อหิวเท่านั้น
  • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ห้ามอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ไม่เพียงพอ
  • ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะมีอารมณ์แปรปรวน การฟังเพลงคลาสสิก จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และสงบลง


Comments are closed.