อาหารป้องกันรังแค



อาหารป้องกันรังแค

รังแค แท้จริงแล้วก็คือเซลล์หนังศีรษะที่ตายแล้วและหลุดออกมาตามธรรมชาติ การหลุดออกมานั้น อาจจะหลุดออกมาเป็นกลุ่มๆ ทำให้เห็นเป็นสะเก็ดขาวๆ บนหนังศีรษะ อาจร่วงหล่นมาตามเสื้อผ้า สามารถสังเกตเห็นได้ตามเสื้อผ้า สาเหตุการเกิดรังแคมาจากขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น สังกะสี วิตามินบี 12 ความเครียด และการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ

อาการ
รังแคเป็นเพียงสะเก็ดขาวๆที่ติดอยู่บนหนังศีรษะ และอาจจะมีอาการคัน ไม่มีอาการร้ายแรง เพียงแต่อาจจะเสียบุคลิกภาพและความมั่นใจ

โภชนาการและการบำบัดตามธรรมชาติ

  • เพิ่มการกินผักผลไม้สดในอาหาร แต่ละมื้อพร้อมกับอาหารหมู่อื่นๆให้สมดุล
  • รังแคเป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากการขาดแร่สังกะสี จึงควรเพิ่มการกินอาหารที่มีแร่สังกะสี เช่น หอยนางรม เมล็ดฟักทอง เพื่อลดการเกิดรังแค
  • ควรกินกรดไขมันที่ดี เช่น กรดโอเลอิก (Oleic acid) กรดไขมันโอเมก้า -3 และ 6 ช่วยป้องกันหนังศีรษะแห้งและผิวลอกเป็นขุย ซึ่งมีมากในน้ำมันปลา น้ำมันพืช ยกเว้นน้ำมันปาลืมและน้ำมันมะพร้าว
  • ซีลีเนียม ช่วยควบคุมการทำงานของรากผมให้เป็นไปปกติ พบมากในเครื่องในสัตว์ อาหาทะเล สัตว์ปีก และข้าวไม่ขัดสี
  • กินอาหารที่มีวิตามินบีรวม ซึ่งหากินได้ในอาหารประจำวันทั่วไป
  • เลือกแชมพูที่มีตัวยาขจัดรังแค มีส่วนผสมของทีทรี (Tea Tree),Pyrthione , Zinc,Selenium , Sulfide และ Salicylic Acid
  • ในหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ควรเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะเพื่อลดการเกิดรังแค

วิตามินเสริม

  • วิตามินบีรวม เช่น วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ไบโอติน ช่วยลดการเกิดรังแค
  • ซีลีเนียม ควรกิน 200 ไมโครกรัมต่อวัน ป้องกันและรักษาการเกิดรังแค
  • สังกะสี ควรกินวันละ 45 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อลดการเกิดรังแค

*หมายเหตุ* การกินวิตามินควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมีผลข้างเคียง
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ลดการกินอาหารทอด น้ำตาล ของหวาน ไข่ขาวสด อาหารเหล่านี้ลดการทำงานของไบโอติน ซึ่งป้องกันการเกิดรังแค
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์
  • ลดการกินอาหารใส่สี อาหารที่ผสมสากันบูด และอาหารที่ใส่ผงชูรส

ข้อแนะนำ

  • ถ้าใช้แชมพูขจัดรังแคไม่หายหรือเป็นรังแคเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะ เพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดรังแคมากขึ้น


Comments are closed.