อาหารแก้เครียด



อาหารแก้เครียด

โรคยอดฮิตของคนเมือง นั่นก็คือ โรคเครียด แม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคโดยตรงแต่อย่างใด แต่ความเครียดก็ยังเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆอีกมากมาย นักวิจัยกล่าวไว้ว่า ความเครียดเป็นสาเหตุหลักของโรคร้ายแรงอีกหลากหลายโรคที่แรงกว่าเหล้าและบุหรี่เสียอีก
สาเหตุที่สำคัญที่ส่งผลให้เกิดความเครียด ได้แก่ ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว แรงกดดันจากที่ทำงาน ความผิดหวังจากความรัก เครียดจากสุขภาพ ร่างกายที่ย่ำแย่ ฯลฯ

อาการ
หรือเรียกว่าเป็นผลต่อเนื่องมาจากความเครียด ได้แก่ เหนื่อยล้า ปวดศีรษะ ไมเกรน ความดันโลหิตสูง หอบหืด ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นไข้ ปวดท้อง อ่อนเพลียในตอนเช้า แต่กลับมามีพละกำลังได้อีกครั้งในตอนกลางคืน เป็นต้น วิธีแก้ไขเบื้องต้นที่ดีที่สุด คือการหาที่ปรึกษาเพื่อระบายความในใจ หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง และที่สำคัญคืออย่าหนีปัญหา พยายามใช้สติในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

โภชนาการและการบำบัดแบบธรรมชาติ

  • กินอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และครบถ้วนทั้ง 3 มื้อ อย่าลดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งโดยเฉพาะมื้อเช้า
  • เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ อาจจะแบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อ กินน้อยๆแต่บ่อยครั้ง
  • อาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปัง ข้าว ข้าวโอ๊ต พาสต้า ช่วยทำให้จิตใจสงบมากขึ้น
  • เน้นการกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบีรวม เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของประสาทที่ควบคุมความเครียด ความวิตกกังวล
  • อาหารที่มีธาตุโพแทสเซียม ช่วยบรรเทาอาการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นสารแห่งความเครียด แหล่งอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียม ได้แก่ ข้าวโพด แครอท หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด มันฝรั่ง มะเขือเทศ แอปเปิล กล้วย ส้ม สตรอเบอร์รี่ ลูกพีช ลูกท้อ
  • อาหารที่เอาชนะความเครียด ได้แก่ น้ำเปล่า บร็อกโคลี ส้ม ถั่ววอลนัต แตงญี่ปุ่น แคนตาลูป ไข่ ถั่วฝักยาว
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อร่างกาย อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

วิตามินเสริม

  • วิตามินซี ควรกินวันละ 1,500 มิลลิกรัม เพื่อลดอาการเครียดที่มีสาเหตุจากภูมิต้านทานต่ำ และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  • แคลเซียม ควรกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม ช่วยให้กล้ามเนื้อและประสาททำงานอย่างสมดุล
  • แม็กนีเซียม ควรกินวันละ 400-800 มิลลิกรัม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อันเนื่องมาจากความเครียด
  • วิตามินบี 5 ควรกินวันละ 50-100 มิลลิกรัม ช่วยควบคุมการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนในระหว่างที่กำลังเกิดความเครียดไม่ให้มากจนเกินไป

*หมายเหตุ* การกินวิตามินควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมีผลข้างเคียง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เป็นอาหาที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้น
  • ลดการกินน้ำตาล เกลือ ไขมันอิ่มตัว อาหารฟาสต์ฟู้ด

ข้อแนะนำ

  • งดการสูบบุหรี่ เนื่องจากเพิ่มความกดดันให้แก่ร่างกายและสมอง
  • หากเครียดมากควรปรึกษามาก ควรปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อผ่อนคลายอาการเครียดและลดความกดดัน
  • ถ้าเป็นคนที่เครียดแล้วกิน ให้แบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ แล้วกินครั้งละน้อยๆ แต่กินบ่อย
  • รู้จักฝึกหายใจเข้า – ออก หายใจลึกๆช้าๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่ม ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง
  • หาทางออกให้กับความเครียด ด้วยกาหาต้นตอความเครียดและแก้ปัญหาให้ตรงจุด
  • ระบายความเครียดด้วยการดูภาพยนตร์ตลก อ่านหนังสือการ์ตูนขำขัน การหัวเราะเป็นการผ่อนคลายความกดดัน ที่เกิดขึ้นได้ดีอีกวิธีหนึ่ง


Comments are closed.